มโนราห์
 
บทร้องประกอบท่ารำ
 


    บทร้องที่ใช้ประกอบท่ารำของโนรา เป็นบทที่แต่งขึ้นมาเพื่อขับประกอบท่ารำท่าต่าง ๆ เริ่มต้นด้วยการ " ออ " ก่อนขับบท การออ.... นั้นเป็นการกล่าวเพื่อให้เครื่องดนตรีหยุด หรือที่โนราเรียกว่า " ลงเครื่อง " ในการว่า ออ ...นั้นแต่เดิมมีคาถาประกอบ เช่น คาถาว่า ออ อา ออ แอ ออ เมตตา อาเอ็นดู....ซึ่งถือกันว่าถ้าว่าคาถาประกอบการว่า ออ จะทำให้ผู้ชมติดอกติดใจในเสียงขับบท

บทครูสอน

    ครูเอยครูสอน สอนแล้วแม่นาครูสอนเสดื้องกรต่อง่า
ครูสอนให้ผูกผ้า สอนแล้วแม่นาผูกผ้าสอนให้ข้าทรงกำไหล
สอนให้ครอบเทริดน้อย สอนแล้วแม่นาครอบเทริดน้อยแล้วจับสร้อยพวงมาลัย
สอนให้ทรงกำไหล สอนแล้วแม่นาทรงกำไหลสอดใส่ซ้ายใส่ขวา
ครูให้เสดื้องเยื้องข้างซ้าย ออว่าเสดื้องเยื้องข้างซ้ายตีค่าได้ห้าพารา
ครูให้เสดื้องเยื้องข้างขวา ออว่าเสดื้องเยื้องข้างขวาตีค่าได้ห้าตำลึงทอง
ตีนถีบพนัก ถีบแล้วแม่นะพนักส่วนมือชักเอาแสงทอง
หาไหนจะได้เหมือนน้อง หาไหนแม่นะได้เหมือนน้องทำนองพระเทวดา

บทสอนรำ

    สอนเจ้าเอ่ยสอนรำ ครูข้าขวัญเอ่ยให้รำ ครูให้ข้ารำเทียมบ่า
อ่อแล้วปลดปลงลงมา ครูข้าขวัญเอ่ยให้รำ ครูให้ข้ารำเทียมพก
วาดไว้ฝ่ายออก ให้ยกเจ้าเอ่ยเป็นแพน แพนข้าเอ่ยผาหลา
ยกขึ้นสูงเสมอหน้า เรียกช่อขวัญเหอระย้า ระย้าพวงดอกไม้
อ่อแล้วปลดปลงลงมาได้ ครูให้ขวัญเหอข้ารำ ครูให้ข้ารำโคมเวียน
รำท่ากนกรูปวาด วาดไว้เจ้าเอ่ยให้เหมือน วาดไว้ให้เหมือนรูปเขียน
รำท่ากนกโคมเวียน รำท่าขวัญเหอกะเชียน รำท่ากะเชียนปาดตาล
ตัวฉันนี้สวยนุช พระพุทธขวัญเหอธะเจ้า พระพุทธเจ้าห้ามมาร
ตัวฉันนี้นงคราญ พระรามขวัญเหอจะข้าม พระรามจะข้ามสมุทร

บทประถม ( ปฐม )

    ตั้งต้นให้เป็นประถม ตั้งต้นสาวนะเป็นประถม ถัดมาขวัญเอ่ยพระพรหม พรหมข้าเอ่ยสี่หน้า แล้วรำเป็นท่าสอดสร้อย ทูนหัวเหอนี่รำเป็นท่าสอดสร้อยให้ห้อยเป็นพวงมาลา ทำเวโหนโยนช้า อ่อว่าเวโหนโยนช้า แก้วข้าเอ่ยให้น้องนอน แล้วรำเป็นท่าต่างกัน รำไปเล่าเถิดสาวเหอ นี่รำเป็นท่าต่างกัน แล้วค่อยมาหันเป็นนอนเถิดเจ้างามงามเหอ หันตรานี้หันให้เป็นหมอน ทำมรคาแขกเต้าบินไปเล่าเถิดสาวเหอ นี่มรคาแขกเต้า แก้วข้าเหอบินเข้ารัง รำเป็นท่ากระต่ายชมจันทร์ รำไปเล่าเถิดสาวเหอ อ่อนี่กระต่ายชมจันทร์ รำท่าพระจันทร์ทรงกลด รำไปเล่าเถิดสาวเหอ นี่ท่าพระจันทร์ทรงกลด รำท่าพระรถโยนสาร แก้วข้าเหอมารกลับหลัง รำท่าชูชายนาดกราย มานาดกรายเข้าวัง เถิดเจ้างามงามเอย อ่อนี่นาดกรายเข้าวัง แล้วมานั่งหมอบเฝ้า แก้วข้าเหอเจ้านครินทร์ รำท่าขี้หนอนร่อนรำ รำไปเล่าเถิดสาวเหอ นี่ท่าขี้หนอนร่อนรำ รำแล้วเข้ามาเปรียบท่า นี่แหละเข้ามาเปรียบท่า รำท่าพระรามรามา แก้วข้าเอ่ยท้าวน้าวศิลป์ ทำฝูงมัจฉาสาคร ค่อยล่องเข้าในวารินเถิดเจ้างามงามเหย นี่ล่องเข้าในวารินฉันหลงไหลไปสิ้น อ่อว่าหลงไหลไปสิ้น แก้วข้าเอ่ยงามโสภา แล้วรำท่าโตเล่นหาง นี่รำท่าโตเล่นหาง ถัดมาท่ากวางโยนตัว รำไปเล่าเถิดสาวเหอ อ่อนี่ท่ากวางโยนตัว อ่อแล้วรำยั่วเอาแป้ง อ่อรำยั่วเอาแป้งแก้วข้าเหอมาผัดหน้า รำท่าหงส์ทองลอยล่อง เถิดเจ้างามงามเหย ล่องแล้วมันว่ายน้ำมา รำท่าเหราเล่นน้ำ แก้วข้อเหอสำหราญนัก แล้วรำท่าโตเล่นหาง นี่รำเป็นโตเล่นหาง ถัดมาท่ากวางเดินดง เดินไปเล่าเถิดสาวเหอ อ่อนี่ท่ากวางเดินดง รำเป็นท่าพระสุริวงศ์ นี่ท่าพระสุริวงศ์แก้วข้อเอ่ยผู้ทรงศักดิ์ รำท่าช้างสารหว่านหญ้า นี่ท่าช้างสารหว่านหญ้า ฉันดูสาน่ารัก ดูสามันน่ารัก แล้วรำท่าพระลักษณ์แผลงศร แก้วข้อเอ่ยจรลี รำท่าขี้หนอนฟ้อนฝูง เถิดเจ้างามงามเอ่ย นี่ท่าขี้หนอนฟ้อนฝูง ถัดมานกยูงฟ้อนหาง ทำขัดจางหยางให้นางรำ นี่ขัดจางหยางให้นางรำ แก้วข้าเอ่ยทั้งสองศรี แล้วซัดขึ้นเป็นวง เถิดงามเหย ซัดแล้วน้องนะเป็นวง มานั่งลงให้ได้ที่ นั่งแล้วน้องนะไดที่ ค่อยชักสีซอเอ่ยสามสาย นี่ชักสีซอสามสาย แก้วข้าเอ่ยย้ายเพลงรำ รำท่ากระบี่ตีท่า รำไปเล่าเถิดสาวเหอ นี่ท่ากระบี่ตีท่า อ่อจีนมาสาวไส้ นี่จีนมันมาสาวไส้ รำท่าชะนีร่ายไม้ แก้วข้าเอ่ยดูเฉื่อยฉ่ำ ท่าเมขลาล่อแก้ว นี่ท่าเมชลาล่อแก้ว ล่อแล้วมาชักลำนำ นี่ก็ชักลำนำ เป็นเพลงรำแต่ก่อน แก้วข้าเอ่ยครูสอนมา ว่าแม่เอ้ยแต่ก่อน แก้วข้าเอ่ยครูสอนมา

บทผันหน้า

    นั่งผันหน้าไปอาเนย์ แลเห็นเลสองห้อง
เป็นตรอกเป็นวาง ภูเขาขวางอยู่ปากช่อง
เขาเงินเขาทอง ชะโงกง่อนเข้าหากัน
เป็นถ้ำเป็นเวิ้ง อยู่เป็นเชิงเป็นชั้น
เป็นขุมเป็นขั้น ค่อยถัดกันลงมา
น้ำใสไหลพุ่ง ไหลมาทบคุ้งพุ่งฉา
หินงอกออกมา กลับเป็นหน้าพระราหู
เป็นเพิงเวิ้งว้ำ ทำเป็นถ้ำเป็นตู
ค้างคาวเข้าอยู่ เกี่ยวชะง่อนก้อนผา
ค้างคาวตัวหนึ่งสองตัว ห้อยหัวลงมา

บทสีโต

    สีเอยสีโต ทำราโพราพา
ปากน้ำกั่วป่า มีบรรพตาชายวารี
ข้างซ้ายเกาะหล้า ข้างขวาสาเกาะสาหม๊
ศักดิ์สิทธิ์ฤทธี ย่านวารีอยู่หว่างเขา
เรือพายเรือแจว ไปตามแถวลำนำ
ช่องทางหว่างเขา มีลำเนาสายสินธุ์
ตรงกลางหว่างวาริน มีหินล้อมวง
เป็นชั้นเป็นช่อง ทำเป็นห้องเหินหงส์
มีทางขึ้นทางลง มาสรงสาคร
ศิลางอกออกยั่ว กลับเป็นหัวไกรสร

บทชมดอกไม้

    น้องนั่งทำดอกไม้ พอทำได้แต่ไม่ดี
ทำเป็นดอกมาลี แลต้าพี่พุมมันยังเล็ก
ดอกไม้ของเด็กเด็ก มันยังเล็กขึ้นตั้งพุม
ยังไม่เหมือนดอกมะลิซ้อน แมงมามอนกันอยู่กลุ้ม
ภุมรินบินมารุม มาดอมภุมราสาน่าแล
พ่อและแม่ที่มาแลตัวฉาน จะทำดอกโพดอกตาลให้บานแฉ้
ให้บาวสาวเข้ามาแล คุณชมแต่ดอกโพตาล
ดอกไม้ของน้องมันยังสด ชั่งส่งแต่รสหอมหวาน
ธรรมดาดอกโพตาล แลมักลานในลูกตา
ตัวน้องทำดอกไม้ ยังขอไม่ได้ก่อนพี่บ่าวน่ะ

บทเพลงทับเพลงโทน

    ใกล้จะรุ่งพระสุริยา ดาดฟ้ามันฤกษ์ วิรุณเบิก รักน้องสว่างใส ใกล้จะรุ่งพระสุริยาแล้วโดโด้น้อง ใกล้จะรุ่งพระสุริยา ดาดฟ้ามันฤกษ์ ฤกษ์ ๆ ๆ นี่วิรุณจะเบิก แล้วค่อยกระจ่าง งามเอ่ยสว่างใส สองตาดูให้ทั่วจบ แล้วผันไปเห็นนภาลัย ฉันผันไปเข้ามายืนพินิจ โน่นทิศบูรพา ผันไปเห็นเมฆฉาย ไอ้นี้เมฆ ไอ้นั่นฉาย พระพายพาเลื่อนแล้วนะน้อง นี่แหละพระพายพาดูกลับเกลื่อน นี่ซับซ้อน บนชะง่อนผา ไอ้นี่กลับเกลื่อนซับซ้อน บนชะง่อนผา ไอ้นี่เป็นเพิง เป็นเวิ้ง ไอ้นี่ว้ำ เป็นถ้ำน่าลง โน่นต้นพฤกษาหมันสูงลิ่ว ออแลเป็นทิวเรียง ต้องพระพายนี่แหละพระพายฉายพัด พัดมาแล้วนะเหวอน้อง พระพายพัดแกวก แล้วแยกเป็นชั้น ต้นไม้หันผันละเล่ ออกิ่งมันเวเหวี่ยง จะทำเป็นรูปสิงโต ยักคอยักคอ แล้วเข้ามาเคียง ทำมองทำเมียงยามต้องพระพาย แล้วพัดหายไป กลายเป็นรูปกุมภา เดเด้เป็นรูปกุมภา ปากมันอ้า ส่วนเขี้ยวมันขาว ลำตัวมันยาวใหญ่ กลายเป็นรูปวานร ออนี่แหละรูปวานร ออมานั่งหาเหา มาเกามาคันอยู่บนชะง่อนหิน พอหยิบได้เพื่อนก็พา พาแล้วเอามากิน ทำโดดดิ้นกลอกกลับ แล้วจับเอาพระกร กลายเป็นรูปยักษา ท้าวมารามีฤทธิ์ นี่แหละท้าวมารามีฤทธิ์ ถือกระบองป้องปิดยื่นอยู่สลอน ว่าเวลาเอยขวัญเอยสมยาม รำไปเล่าตะเหวอน้อง

ประวัติโนรา
เครื่องแต่งกายโนรา
เครื่องดนตรีโนรา
องค์ประกอบการแสดงโนรา
โนราโรงแข่ง
การออกพราน
ท่ารำโนรา ๘๓ ท่า

ท่ารำเฉพาะอย่าง
รำท่าสิบสอง
รำท่าครูสอน
รำท่าสอนรำ
รำท่าปฐมพรหมสี่หน้า
รำคล้องหงส์
รำแทงเข้
รำเฆี่ยนพราย

พิธีกรรม
โนราโรงครู
โนราโรงครูท่าแค
พิธีผูกผ้าใหญ่หรือพิธีแต่งพอกของโนรา

บทกลอน
คำกาศครู
ตำนานมโนราห์
บทร้องประกอบท่ารำ
กำพรัดของโบราณ
เพลงโทนเพลงทับ

ประวัติศิลปิน
ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่ม เทวา)
โนรายก ชูบัว
โนราเติม เมืองตรัง

วิดีทัศน์
รำประถมโบราณ (คณะวานิสา ดาราศิลป์)
พิธีรำคล้องหงส์ (รำโนราโรงครูท่าแค)
พิธีรำแทงเข้ (รำโนราโรงครูท่าแค)

ร่วมอนุรักษ์มรดกใต้
สิริยา คอสเมติคส์

 
 
   
ขอขอบพระคุณ อ.ชัยยันต์ ศุภกิจ อดีตอาจารย์โรงเรียนบ้านท่ามิหรำ อ.เมือง จ.พัทลุง ผู้เอื้อเฟื้อข้อมูล