|
กำพรัดเพลงโทนโบราณ
ยามรุ่งพระสุริยา
ที่ขอบฟ้ามันฤกษ์ อรุณเบิกยังไม่กระจ่าง สว่างใส สองตาฉานแลทั่วจบ ที่ข้างนภาลัย
ฉานผันไปยืนพินิจ ที่ข้างทิศบูรพา ฉานผันไปเห็นเมฆฉาย ที่พระพายพัดเลื่อน
ดูกลับเกลื่อนซับซ้อน อยู่บนชะง่อนผา ฉานแลเป็นเพิงเวิ้งว้ำ แค่เป็นถ้ำเป็นลา
ต้นพฤกษาฉานแลละลิ่ว งอกเป็นทิวเรียง ฉานแลพระพายพัดแกวก แยกออกเป็นชั้นชั้น
ต้นมันหันผันละเล่ ส่วนปลายมันเวเหวี่ยง กลายเป็นรูปสิงโต ยังโคกันเข้ามาเคียง
ทั้งมองทั้งเมียงต้องพระพาย พัดสูญหายไป กลายเป็นรูปกุมภา ปากมันอ้าแล้วหยับเท้า
ส่วนตัวมันยาวใหญ่ กลายเป็นรูปกวางทอง นั่นแหละเที่ยวคะนองไพร เที่ยวจรไลเล็มล่า
พฤกษากิน แล้วกลายเป็นรูปวานร บทจรผ่อนผัน นั่งหาเหาเกากันอยู่บนชะง่อนหิน
หาได้แล้วชวนกันเด็ด เด็ดเด็ดแล้วพามาดมกลิ่น ทำโดดดิ้นกลอกกลับแล้วหยับพระกร
เดี๋ยวกลายเป็นรูปยักษี นั่นแหละอันมีฤทธิ์ ถือตะบองป้องปิด อยู่สลอน กลายเป็นรูปคชา
นั่นแหละสองงางอน บทจรงวงเที่ยวคว้า พฤกษาหัก แล้วกลายเป็นรูปนารี นั่นแหละวิไลลักษณ์
ไอ้กรหนึ่งกวักไอ้กรหนึ่งกุม ดอกปทุมมาลย์ แล้วกลายเป็นรูปดาบส นั่งกำหนดชักลูกประคำ
แล้วนั่งกัมมัฏฐาน แล้วกลายเป็นรูปเหมหงส์ วิ่งลงสรงชลธาร เที่ยงล่องเล่นสำราญ
ข้างในวารี
กำพรัดเพลงแตระของโบราณ
ปากน้ำเมืองคอน
๑
สีโตไม้ราโพใบอ่อน
ปากน้ำเมืองคอนมีดอนนอกดอนใน
ท้องร่องคลองใหญ่ตรงไปปลายทราย เลในเป็นอ่าวเพราะแหลมมันเข้ากั้นไว้
หัวนอนเต็มบายมีหาดทรายเกาะลอย
หวันตกเกาะนางตรงกลางมีงันหอย เรือใหญ่เรือน้อยล่องไปล่องมา
เรือไฟแล่นก้าวแล่นเข้าปากญา เรือพวกหาปลาพายมาน้ำฟุ้ง
ยังเบ็ดตาเดียวเพื่อนนั่งเกี่ยวแต่เหยื่อกุ้ง พอแค่หัวรุ่งซัดเบ็ดตาใหญ่
ปลาหลามคร่าพาเราคร่ามามันคร่าไป ปล้ำจนเหงื่อไหลขาดไปกลางสาย
พายเรือกลับมาหาปลาไม่ได้ พวกแทงปลารั้วนั่งพายหัวพายท้าย
จับนักเข้าได้เพื่อนนั่งย้ายโอนเอน นั่งมุ่งหนวยตาแดงเพื่อนจะแทงปลาเบน
เรือเสือกติดเลนกดซ้ายกดขวา หันฮึกนายท้ายสูเร่งพายยิกปลา
สำเภาเข้ามาทอดหมอปากเราะ เรือทุกสำปั้นพาไปขายในคลอง
จีนพายเรือคล่องปากร้องขายผ้า ใครซื้อมาต้าหวาขายถอกถอก
แม่ค้าหน้านวลนั่งคอยอวนปลาบอก แคงเข้าแคงออกปิดซ้ายปิดขวา
ปากน้ำเมืองคอน
๒
สี่เหยสี่โต
ไม้ราโพใบอ่อน
ปากน้ำเมืองคอน มีดอนมีชัน
มีแหลมเกาะกั้น ถัดนั้นคอกปลา
น้ำขึ้นจมเลน ปลาเบนว่ายมา
นายคอกตั้งท่า คว้านักยักคอ
หันมาฮึกนายท้าย สูเร่งพายเร่งถ่อ
คว้านักยักคอ แทงต้องปลาเบน
ถูกเข้าตัวใหญ่ พาไปโพนเพน
แทงต้องปลาเบน คัดไว้ใส่เรือ
หันมาถามนายท้าย ว่าไปใต้ไปเหนือ
หนทางเดินเรือ ไปเหนือน้ำลึก
นายหัวนายท้าย คนได้รู้สึก
ไปเหนือน้ำลึก นึกนึกใจเสียว
เข้าบางทีเดียว เหลียวหาปลาพรม
ไปพบปลาทก อย่าลกลกเรือจะจม
ออกนอกกลัวลม ทวนทับกลับหลัง
พระบรมธาติเมืองนครฯ
ผันหน้าบูรพา
นั่งวันทาพระบรมธาตุ เมืองคอนศรีธรรมราช พระบรมธาตุอยู่กลางเมือง คนระบือลือเลื่อง
อยู่กลางเมืองพารา ยังมีกรงแก้ว ดูพรายแพรวทอตา ถัดต่ำลงมา มีบัวคว่ำบัวหงาย
ยังมีพระเวียง ยืนเคียงเรียงราย ก้มลงแลข้างใต้ เห็นบัวเงินบัวทอง ชมนักไม่ได้
เพราะมันมากมายก่ายกอง แก้วแหวนเงินทอง เขากองไว้ที่ในบัว ถัดต่ำลงมา มีคชาล่อหัว
มีกาสี่ตัว อยู่พิทักษ์รักษา ปากตูเจดีย์ ยังมีพระม้า อินทรีตัวกล้า ตั้งท่ายืนโย
(อยู่) น่ากลัวจริงจริง ว่านู่สิงนี่โต แลโหรแลโหร โตมันคาบศิลา ชาวชนังทั้งปวง
เข้าไปลวงกันถ้วนหน้า โตมันคาบศิลา ปากมันอ้าโอฬาร
ปากน้ำสิชล
สีโตไม้ราโพใบหล่น
ปากน้ำสิชลมีเขาแอบคลอง
ถัดต่ำลงมามีศิลาเป็นก้อนกอง สองฟากฝ่ายคลองมีละอองหาดทราย
หาดทรายขาวเผิน ฉานเที่ยวเดินเล่นบาย
สุดสิ้นปลายทราย มีแหลมพรายดำ
ถัดต่ำลงมามีศิลาเป็นโงกง้ำ เป็นเพิงเวิ้งว้ำแลเป็นถ้ำเป็นลา
เป็นเปลวเหวห้องมีช่องระหว่างผา ถัดต่ำลงมามีมรรคาทางคนเดิน
ที่จิ่มริมพะเนินแลเนิ่นเนิ่นขึ้นไป บังเกิดยุ่งไขว่ที่ในคลองสิชล
ปากน้ำเมืองตะกั่วป่า
สีเหยสีโต
ทำราโพราพา
ปากน้ำเมืองกัวป่า มีบรรพตาชายวารี
ข้างซ้ายเกาะหล้า ข้างขวาเกาะสาหมี
ศักดิ์สิทธิ์ฤทธี ย่านวารีอยู่หว่างเขา
เรือพายเรือแจว ไปตามแถวลำเนา
ช่องทางหว่างเขา มีลำเนาสายสินธุ์
ตรงกลางหว่างวาริน ยังมีหินล้อมวง
ทำพื้นเป็นชั้นเป็นช่อง ดูเป็นห้องเหมหงส์
ทางขึ้นทางลง ทางลงสรงสาคร
ศิลางอกออกยั่ว กลับเป็นหัวไกรสร
ปากน้ำเมืองกระบี่
ปากน้ำเมืองบียังมีต้นสน
แสนสนุกทุกคนใต้ต้นสนแต่ล้วนทราย
แสนสนุกสบายมีหาดทรายเกาะนก อ่าวนางหางนาคอยู่ฟากเลตก
หาดทรายเกาะนกเกาะหนูผุดอยู่กลาง ทางเรือมาไปน้ำไหลสองข้าง
เกาะหนูผุดอยู่กลางกั้นทางเรือเดิน ราวดูฝนพรัดคลื่นมันซัดขึ้นขาวเผิน
ปากน้ำปากพนัง
สีโตไม้ราโพใบบัง
ปากน้ำปากนังขอบฝั่งล้วนเลน ต้นพฤกษาบรรดายังพระพายทั่งโอนเอน ล้วนเลือกเคลือกเลนหาดทรายหาหม้ายมี
พฤกษาบรรดาดาดชมพันพาดไม้รุกขี ต้นลำพูดูดีต้นตั้งฝั่งตุม ไม้ใหญ่ในโคลนขึ้นเคียงโคนรุมสุม
บ้างเหลี่ยมบ้างมุมมันแตกตุมพุ่มบาน สนสร้อยย้อยย้าพระพายพาพันพาน ไม้แคแหมสารชายริมธารฉานน่าดู
บางทวด(ชื่อหมู่บ้าน)ไม่เห็นทางไม้กีดขวางปากรู นั่งพินิจพิศดูว่าบางหนากมันมากโรง
มีที่ว่าการโอฬารโอ่โถง ทุกสิ่งจีบโจงมีอำมาตย์ราชการ เป็นแถวเป็นถ่อง
แต่ไม่มีห้องพวกทหาร มีแต่ศาลาโรงศาล หรางก็ยังเขาขังคน มีที่อำมาตย์ ให้หวั่นหวาดหยองขน
นบพระหัตถ์ขึ้นตั้งบน ฉานไหว้คัลวันทนา ขอคุณบุญฤทธิ์ มาปกปิดเกศา สิบนิ้วฉานวันทา
ขออย่าได้มีภัย
กำพรัดโนรา
(ได้มาจาก คุณยายปัด หนูลิด อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ๔ มิ.ย.๒๕๔๖)
บทที่ ๑
สี่โต ไม้ราโพงอกหน่อ
พบจีนเกาะยอ ไปแทงปอที่โรงยาว
สี่ขวูกห้าขวูก ยังไม่ถูกที่หน้าขาว
แทงปอที่โรงยาว มันจาวเสียทุกที
บทที่ ๒
สี่โต ราโพเอาะหลา
กาคาบเหยื่อมา มาวางไว้ปลายไม้เสาธง
ใครทายให้ต้อง ว่ากาทองหรือกาหงส์
คาบเหยื่อมาไว้ปลายเสาธง นั่นเขาเรียกกาหงส์มันพลัดคู่
กาดำเกาะอยู่ มันมาสมคู่กับกาขาว
ไม่รู้จักเจ้า เช้าเช้าบินมา
ไทรทองสองขา มันห้อยระย้าโตงเตง
ไทรทองสองกิ่ง มันเป็นผู้หญิงลักเลง
ค้างคาวเจ้าเพลง มากินลูกกินใบ
กำพรัดชมสาว
(ได้มาจาก คุณยายพรหม เอียดนุช)
ผันหน้าข้างออก
เห็นดอกลิวัน
เป็นช่อเป็นชั้น เป็นวั่นเป็นพุม
ภุมรินบินกลุ้ม เข้ามาซาบดอกมาลี
ดอกบานดอกพุม ดอกโกสุมเกสรศรี
ดอกคลายดอกคลี่ แมงภุมรีมีหลายพันธุ์
บานหลับซับซ้อน พุมมันล่อนยังแต่วั่น
บานชิดติดกัน ว่าบานหันบานห้อย
สองดอกน้อยน้อย ว่าห้อยย้อยลงมา
กำพรัดโนรา
(ได้มาจาก แม่ชีหีด อายุ ๙๔ ปี ชาวบ้านทุ่งหงส์ ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร
พ.ศ.๒๕๓๕)
กล่าวถึงนายทอง
มีเมียสองคน
เมียหลวงชื่อสร้อย เมียน้อยชื่อสน
อยู่ต่างตำบล ใกล้ไกลไปมา
นางสร้อยเมียหลวง เพื่อนหึงหวงหนักหนา
ขาดตักเวลา บ่นว่าต่างต่าง
นายทองผู้ผัว คิดกลัวหลายอย่าง
หกเท็จพลางพลาง ไปข้างเมียน้อย
ยกขึ้นหัวเช้า บอกเจ้าทองสร้อย
วันนี้สาวน้อย ปล่อยให้พี่ไป
ยังมีที่วัด เขานัดการใหญ่
คนชายเข้าใจ เขาให้ไปทุกคน
นางสร้อยตอบว่า ตนอย่าพูดกล
จะไปบ้านอีสน แล้วทำกลทุกคราว
เฉียงฟืนไม้จริง ทิ้งไว้ซองไฟ
ผ้าผ่อนของเมีย ซักเสียให้ใหม่
กำพรัดโนรา
(ได้จากจาก คุณยายพรหม เอียดนุช อายุ ๘๕ ปี ชาว อ.ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช
พ.ศ.๒๕๓๕)
โอ้ระหาช้าระเห
มาเราจะเหเล่นเรื่องบ้ายอ
ฉานพูดไม่ตอแหล บรรดามาแลทั้งแม่ทั้งพ่อ
ธรรมเนียมคนบ้ายอ เชือกมารัดรัดเข้ากับพุง
กางเกงสอดเอาไว้ใน เอาผ้าไหมพามาให้นุ่ง
เชือกมารัดรัดเข้ากับพุง ส่วนข้างหน้าล้วนแต่ผ้าห้อย
ลูกปัดและกำไหล ฉานเรเที่ยวไปหาพามาร้อย
แพรแดงเป็นผ้าห้อย พามาร้อยร้อยสลับกัน
แผ่เงินให้แบนแบน พามาแขวนเข้าปละละอัน
ทำให้เป็นช่อชั้น ฉานแลรึงรังไปทั้งตัว
พระธรรมทำให้ไม่ชอบ คิดอ่านสานสอบพามาครอบบาลหัว
แลรึงรังไปทั้งตัว ปีกหางของนางเหมือนอย่างครุฑ
ไม้หนุนเขาไปค่อน สินเป็นท่อนพามานั่งขุด
ไชรูใส่ลูกอุด พามานั่งขุดขุดหุ้มหนังควาย
คิดอ่านทำไม้ตี ถ้าทำให้ดีให้โม่งข้างปลาย
เนื้อเก่าเขาไม่เอาไว้ เอาหนังควายเข้ามาปกปิดรู
ตีลงสักเจ็ดแปดคน หนังมันเหลือทนหนังมันไม่ยู่
ยังคนที่มีความรู้ เอาหนังค่างเข้ามาหุ้มข้างเดียว
คิดทำตามอำเภอใจ ข้างปลายใหญ่ใหญ่ข้างโคนเรียวเรียว
ขุดเม้นเข้าทีเดียว อย่ามักง่ายมันดังหลายเสียง
เอาไม้ดำดง ไชรูให้ตรงให้รูรายเรียง
อย่ามักง่ายมันดังหลายเสียง เอาทองแดงเข้ามาแยงรู
ใบโหนดเข้ามาทำลิ้น อมไม่สิ้นมันยังล่ออยู่
ไอ้นู่ก็รูไอ้นี่ก็รู พิสดูฉานแลลำบาก
รูปี่กับรูปาก คันลมมากค่อยน่าฟัง
ปี่ตั้งอยู่เปล่าเปล่า คันคนไม่เป่าพรือมันไม่ดัง
กำพรัดเพลงแตระ
(ได้จาก คุณยายพรหม เอียดนุช ชาว อ.ปากพนัง น่าจะเก่าแก่ที่สุด ดูได้จากยังใช้ผ้าไสบในชีวิตประจำวันอยู่)
จับบทปลดเปลื้อง
ถึงเรื่องชาวไร่
ที่ไม่ทำนา ถางป่ามากมาย
สี่ไร่ห้าไร่ เรียงรายกันไป
ปลูกหนำน่ำข้าว คนเฝ้าอยู่ใน
หนำนุ้ยหนำใหม่ หนำใหญ่หนำเก่า
ปลูกทุกพันธุ์ผัก แตงหนักแตงเบา
กลับบ้านอย่าเปล่า เก็บเอามาบ้าง
ไปเช้าค่ำมา เดินร่าน้ำค้าง
อีนุ้ยไปบ้าง หนทางบายบาย
กลัวไหรไม่รู้ เพื่อนอยู่ขูตาย
เที่ยงเที่ยงสายสาย ค่อยให้แม่มึงไป
ลูกสาวชาวไร่ ฉวยได้ผ้าไสบ
มาต้าน้องใหญ่ เราไปสองคน
ฉวยได้ข้าวห่อ ลาพ่อแม่ตน
ลูกสาวเจ้ากล รีบดลเดินด่วน
สองคนน้องพี่ ต่างมีสำนวน
จักจี้รี้รวน ชี้ชวนชมมา
ถึงไร่ไม่เชือน เรียกเพื่อนเสียงจ้า
ลิงลงมั่งหรา กูมาเที่ยงสาย
ตั้งข้าวห่อลง พุ่งตรงเข้าไร่
รอยกินแตวา แลต้ามากมาย
ฉากหัวไปหาย มันโจได้ทุกที
กลับหนำต้าน้อง เราค่อยมองท่าตี
พูดกันนู่นี่ สุดที่สบาย
กล่าวถึงชายชู้ เพื่อนอยู่เฉิดฉาย
เรียบร้อยแต่งกาย ลอยชายเดินมา
มาถึงชายใส เสียงใครพูดจา
เพื่อนเหรงเข้าป่า ทอดตาแลไป
เห็นลูกสาวชาวไร่ น่าให้พิสมัย
งามนวลงามใย งามไปทั่วกาย
รักหวิดจิตวิ่ว อกปลิวใจหาย
หน้าตึงตาลาย เส้นสายสั่นเสียว
แก้ผ้ารัดพัตร เดินลัดเลาะเลี้ยว
เหยียบใบไม้เสียว เหลียวแลหน้าหลัง
เข้าแค่ริมโรง โก้งโค้งคอยฟัง
นางร้องว่าดัง น่าชังไอ้ลิง
ถ้าได้สักตัว กูต่อยหัวต้มขิง
ออกชื่อว่าลิง เพื่อนเหรงลงในข้าว
จิตเพื่อนไม่พรั่น ฉวยกอข้าวสั่นตานั้นมองแล
ฉากหัวไอ้ถึก มันสมนึกแล้วแล่
ทำเดินแอ้แร่ เข้าแค่ตกตื่น
ตัวสั่นงันงก เหวี่ยงยกท่อนฟืน
เพื่อนยกขึ้นยืน จับฟืนฉวยมือ
น้องเหอช่วยพี่ ลิงนี้มันดื้อ
แก้วตาอย่าถือ ทำพรือพี่รัก
อย่ายิกอย่าผลัก ชายรักชายกุม
น้องสาวเข้ามา ห้ามว่าพี่หนุ่ม
ฉวยฉุดยุดกุม พี่ข้าว่าไร
เพื่อนว่าอย่าโฉ เพื่อนโร้เขาจะใฝ่
วางเสียด้วยไว ออกไปยืนชี้
ก้มแลเห็นผ้าขาด คิ้ววาดบัดสี
ครั้นปิดเม็ดดี วาทีตอบชาย
ลิงหาม่ายเมีย ลิงเหมียมันตาย
ลิงเห็นขอนไร่ ไม่ได้พบรส
มาฉวยมือกู ผ้าลุเสียหมด
ลิงเหอลิงอด เที่ยวดมรสรอยควาย
ลิงนี้จะตาย มักง่ายกินของ
|